
|
 |
| แม้การเดินทางไปแม่ฮ่องสอนจะสะดวกขึ้นกว่าก่อนมาก แต่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยใหญ่ที่ไม่เคยเปลี่ยน
นับตั้งแต่บ้านแบบไทยใหญ่ สร้างด้วยไม้มีใต้ถุน หลังคามุงด้วยตองตึง ตลอดจนการแต่งกายแบบพื้นเมือง
ที่ผู้ชายนุ่งกางเกงจีน สวมเสื้อคอกลม แขนยาวป้ายแบบจีน ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงยาว
สวมเสื้อทรงกระบอกตัวสั้นแค่เอว รวมไปถึงเทศกาลประเพณีต่าง ๆ ที่ยังคงเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว |
งานเทศกาลและประเพณี จ.แม่ฮ่องสอน
งานปอยส่างลอง.
ปอยส่างลองหรือประเพณีบรรพชาสามเณรตามแบบไทใหญ่ เป็นงานสำคัญของชาวไทใหญ่ เพื่อให้บุตรหลานได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า และมีความเชื่อว่าได้กุศลแรกกว่าการอุปสมบทพระภิกษุ การจัดงานจะมีสามวัน วันแรกนำบรรดาเด็กชายมาเข้าพิธีโกนแต่ไม่โกนคิ้ว (พระพม่าไม่โกนคิ้ว) แต่งหน้าทาปาก สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สวยงาม และโผกผ้าแบบพม่า ประดับด้วยมวยผมของบรรพบุรุษที่เก็บรักษาไว้ แล้วตกแต่งด้วยดอกไม้ เสร็จแล้วนำเด็กน้อยซึ่งตอนนี้เรียกว่า "ส่างลอย" ไปขอขมา และรับศีลรับพรตามบ้านญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ วันที่ 2 มีการแห่ส่างลองกับขบวนเครื่องไทยทานไปตามถนนสายต่าง ๆ จะมีผู้มาร่วมขบวนมากมาย โดยให้ส่างลองขี่ม้า หรือถ้าไม่มีม้าก็จะขี่คอคน ซึ่งเรียกว่า "พี่เลี้ยง" หรือ "ตะแปส่างลอง" วันที่ 3 จะแห่ส่างลองไปตามถนนอีกครั้ง จากนั้นก็ไปรวมกันที่วัดเพื่อทำพิธีบวช
|
 |
| แต่เดิมปอยส่างลองเป็นประเพณีที่จัดเฉพาะในหมู่ญาติมิตรของเจ้าภาพ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2525 ได้เกิดมีแนวความคิดใหม่โดยจัดเป็นบรรพชาหมู่ร่วมกันมากถึง 200 รูปเนื่องในโอกาส เฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ทำให้ในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นิยมจัดบรรพชาหมู่ สืบต่อมาถึงปัจจุบัน ปอยส่างลองจึงได้กลายเป็นประเพณีที่จูงใจให้มีผู้สนใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีความยิ่งใหญ่และงดงามเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันงานนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของแม่ฮ่องสอน จัดอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนช่วงปิดเทอมฤดูร้อน |
งานปอยเหลินสิบเอ็ดหรืองานจองพารา
(Chong Para Procession)
งานประเพณีจองพารา คือประเพณีส่วนหนึ่งในงานเทศกาลออกพรรษา (งานปอยเหลินสิบเอ็ด) เป็นประเพณีที่สำคัญมาก ของชาวแม่ฮ่องสอน คำว่า "จองพารา" เป็นภาษาไทย ใหญ่แปลว่า "ปราสาทพระ" การบูชาจองพารา จัดขึ้นตามความเชื่อเรื่องการรับเสด็จพระพุธเจ้ากลับมายังโลกมนุษย์ หลังจากที่ได้เสด็จขึ้นไปเทศนาโปรดพระมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศกาลนี้จัดขึ้น ระหว่าง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวัน แรม 8 ค่ำ เดือน 11 โดยก่อนถึงวันงานจะมีการจัดงาน ตลาดนัด ออกพรรษามีการนำสินค้าต่างๆ ที่จะใช้ในการทำบุญ เช่น อาหาร ขนม ดอกไม้ เครื่องไทยทานมาวางขาย เพื่อให้ชาวบ้านได้หาซื้อ ข้าวของเครื่องใช้ในการเตรียมงาน และมีการจัด เตรียมสร้าง "จองพารา" ซึ่งเป็นปราสาทจำลอง ทำด้วยโครงไม้ไผ่ ประดับ ลวดลายด้วยกระ ดาษสา กระดาษ สีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อยและโคม ไฟ ตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อใช้สมมติเป็นปราสาทรับเสด็จพระพุทธองค์จากสวรรค์ จากนั้นก็จะยก "จองพารา" ขึ้นไว้นอกชายคา นอกรั้ว หรือบริเวณกลางลานทั้ง ที่บ้านและที่วัด
|
 |
ในวันขึ้น 15 ค่ำ อันเป็นวันออกพรรษานั้น ตั้งแต่เช้าตรู่ประชา ชนพร้อมใจกัน ไปทำบุญตามวัด บางวัดจัดให้มีการตักบาตรเทโว โดยเฉพาะที่วัดพระธาตุดอยกองมู พระภิกษุ สามเณรและประชาชนนับร้อยพันจะเรียงรายสองข้างทาง เพื่อทำบุญตักบาตร เรื่อยลงมาจนถึงวัดม่วยต่อซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขา เป็นภาพที่งดงามยิ่ง ส่วนในตอน เย็นจะนำดอกไม้ธูปเทียน และขนม ข้าวต้มไปขอขมาบิดามารดา และญาติผู้ใหญ่ ก่อนย่ำรุ่งของวันแรม 1 ค่ำ จะมีพิธี "ซอมต่อ" คือการอุทิศเครื่องเซ่นแก่สิ่งที่ชาวไตถือว่ามีบุญคุณในการดำเนิน ชีวิต โดยนำกระทงอาหารเล็กๆ ที่จุดเทียนติดไว้ด้วยไปตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ แสงประทีปนับ ร้อยนับ พันดวงตามวัด สถูป และบ้านเรือนในตอนใกล้รุ่งเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจมาก ตลอดระยะเวลา ของการจัดงานตั้ง แต่แรม 1 ค่ำไปจนถึงแรม 8 ค่ำ จะมีการถวายข้าวที่จองพาราวันละครั้งและจุด เทียน หรือประทีป โคมไฟไว้ตลอดในช่วงเวลาตลอดเทศกาล จะมีการละเล่นเฉลิม ฉลองหลายชนิด เช่น ฟ้อนโต ฟ้อน รูปสัตว์ต่าง ๆ ฟ้อนก้าแลว(ฟ้อนดาบ) เฮ็ดกวาม ฯลฯ ตามถนนหนทางและบ้าน เรือน ต่าง ๆ เป็นการละเล่นที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อว่าสัตว์โลก และสัตว์หิมพานต์พากันรื่นเริง ยินดีออกมา ร่ายรำเป็นพุทธบูชารับเสด็จ ก่อนจะถึงวันแรม 8 ค่ำ จะมีพิธี "หลู่เตนเหง" คือ การถวายเทียนพันเล่ม โดยแห่ต้นเทียนไปถวายที่วัด และใน " วันกอยจ้อด" คือวันแรม 8 ค่ำ อันเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลออกพรรษา จะมีพิธี "ถวายไม้เกี๊ยะ" โดยนำฟืนจากไม้เกี๊ยะ(สนภูเขา) มามัดรวม กันเป็นต้นสูงประมาณไม่ต่ำ กว่า 2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณไม่ต่ำกว่า 30 เซ็นติเมตร แล้วนำเข้าขบวน แห่ประกอบด้วย ฟ้อนรูปสัตว์ต่าง ๆ และเครื่องประโคมไปทำพิธีจุดถวายเป็นพุทธบูชาที่ลานวัด เป็นอันสิ้น สุดเทศกาลออกพรรษาของชาวไต
|
 |
งานเทศกาลดอกบัวตอง
เมื่อพูดถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน งานเทศกาลดอกบัวตองมักเป็นงานเทศกาลแรกที่ผู้คนนึกถึง
และเป็นงานเทศกาลที่ทำให้แม่ฮ่องสอนกลายเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
เพราะสร้างชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติให้อย่างมาก จัดขึ้นที่ดอยแม่อูคอ
อ.ขุนยวม และที่ดอยแม่เหาะ อ.แม่สะเรียง ในช่วงเดือน พ.ย. - ต้นเดือน ธ.ค. ของทุก
ๆ ปี เป็นช่วงที่ดอกบัวตองบานเต็มที่ เนินเขาทั้งใหญ่น้อยจะเต็มไปด้วยสีเหลืองอร่ามของดอกบัวตอง
เป็นทัศนียภาพที่น่าประทับใจแก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม นอกจากชมความงามของดอกบัวตองที่บานสะพรั่งเต็มภูเขา
ยังมีการจัดนิทรรศการ การเล่นพื้นเมือง การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านชาวดอย
การออกร้านขายผลิตภัณฑ์ชาวเขา และมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้วย |

|
ประเพณีสิบสองมนล่องผ่องไต
(Loi Kra Tong Tai Festival)
หรือประเพณีลอยกระทงไทยใหญ่ เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวไตซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
โดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการจัดขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา และบูชา
พระอุปคุต 8 องค์ หรือพระอรหันต์ตามความเชื่อของชาวไตโบราณ
ซึ่งเชื่อว่าพระอรหันต์ทั้ง 8 องค์นี้ มี 4 องค์ที่มรณภาพแล้ว ส่วนที่เหลืออีก
4 องค์ยังคงปฏิบัติธรรมอยู่ในกลางมหานพ และทุกวันเพ็ญเดือน 12 พระอรหันต์ทั้ง
4 จะเวียนขึ้นมาโปรดสัตว์และเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยชาวไตจะถวายอัฐบริขารต่างๆอันเป็นประเพณีสืบต่อจากประเพณีจองพารา
ซึ่งทำถวายพระพุทธเจ้า โดยจะบูชาพระอุปคุตและลอยสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆลง
ในลำน้ำเพื่อเป็นการให้ทานและถวายเป็นพุทธบูชา |
|